องคมนตรี และคณะติดตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่จังหวัดกาฬสินธุ์

     วันที่ 30 สิงหาคม 2561 นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานอนุกรรมการ ร่วมกับคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เดินทางมาติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมี นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้การต้อนรับและบรรยายสรุป พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนชาวอำเภอเขาวงให้การต้อนรับ  
     โดยได้ติดตามการดำเนินงานโครงการอุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ ตำบลคุ้มเก่า อำเภอเขาวง ซึ่งโครงการนี้ ผันน้ำจากห้วยไผ่ ในเขตอำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ผ่านอุโมงค์ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เมตร ลอดใต้ภูเขาภูบักดี มายังฝั่งจังหวัดกาฬสินธุ์ รวมระยะทางประมาณ 710 เมตร โดยพื้นที่ลุ่มน้ำฝั่งจังหวัดกาฬสินธุ์มีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากการก่อ สร้างอุโมงค์ผันน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ 12,000 ไร่ ในเขตตำบลสงเปลือย อำเภอเขาวง ซึ่งเกษตรกรสามารถนำน้ำจากระบบผันน้ำลงมาเติมในสระของตนเองสำหรับทำการเพาะ ปลูกพืชเพื่อเพิ่มผลผลิต และปรับพื้นที่เกษตรกรรมจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นการปลูกพืชได้หลากหลาย เพื่อให้เกษตรกรมีอาหารบริโภคอย่างพอเพียง นำไปสู่ความมีคุณภาพชีวิตที่ดีและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งต่อเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ จากพระอัจฉริยะภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในด้านบริหารจัดการน้ำ ที่ทำให้ระบบการจัดสรรน้ำอย่างถูกวิธี และความเป็นอุโมงค์ผันน้ำลอดใต้ดินหนึ่งเดียวในเมืองไทย ทำให้มีหน่วยงาน และคณะบุคคลให้ความสนใจเดินทางมาดูงาน เป็นจำนวนมาก
      จากนั้น ประธานอนุกรรมการ ร่วมกับคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอัน เนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมแปลงเกษตรกรเกษตรทฤษฎีใหม่ของนายจันที โคตรดก ที่บ้านแดนสามัคคี ตำบลคุ้มเก่า อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งนายจันทร์ที ได้เริ่มดำเนินการเกษตรทฤษฎีใหม่โดยการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจพอ เพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาตั้งแต่ปี 2540 มีการแบ่งพื้นที่การใช้สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากพื้นที่ จำนวน 22 ไร่ มีการบริหารจัดการ โดยแบ่งเป็นพื้นที่นาข้าว 10 ไร่ พื้นที่ทำเกษตรทฤษฎีใหม่ 10 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัย 2 ไร่ และมีสระน้ำรวมกว่า 10 สระ พร้อมกับการปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น ไม้ใช้สอย พืชผัก พืชสมุนไพร เพื่อให้เกิดการพึ่งพาอาศัยกันเหมือนต้นไม้ในป่าธรรมชาติเป็นการเพิ่มความ อุดมสมบูรณ์ให้ดิน อันเป็นระบบนิเวศน์ที่สมดุล มีการเลี้ยงหมู เป็ด ไก่ ปลา และปลูกผักทุกชนิดที่ เพื่อลดรายจ่าย ขณะเดียวกันสามารถนำผักที่ปลูกไปจำหน่าย ทำให้มีรายได้ทุกวัน ส่วนรายได้หลักต่อเดือนได้จากการขายปลาและสัตว์ที่เลี้ยง สำหรับรายปีก็มีรายได้อีกจากการขาย ผลผลิตของไม้ยืนต้นประเภทให้ผล
     หลังจากได้น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้แล้วประสบผลสำเร็จ ปัจจุบันที่บ้านนายจันทร์ที จัดไห้ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้และถ่ายทอดความรู้เรื่องทฤษฎีใหม่ ใช้อบรมให้กับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้หนึ่งในจำนวน 151 ศูนย์การเรียนรู้ทั่วประเทศ
 

 

Print